วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

10 ภาพเขียนที่แพงที่สุดในโลก






1. Portrait of Dr.Gachet by Vincent van Gogh ($116,790,000)


ผู้ที่ซื้อภาพนี้ไปคือ นายRyoei Saito มหาเศรษฐีนักธุรกิจชาวญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 1990 ด้วยวงเงินสูงถึง $ 82.5 ล้านเหรียญสหรัฐในการประมูลที่สถาบัน Christie ภาพเหมือนของ Dr.Gachet ถูกวาดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน  1890 โดย Vincent Van Gogh จิตรกรยุคอิมเพรสชั่นนิสม์ (Impressionnism)  ชาวดัทช์ นาย Ryoei Saito ได้ประกาศสิ่งที่ช็อควงการศิลปะโลกเมื่อเขากล่าวว่า เขาปราถนาที่จะเผารูปเขียนจอง Vincent Van Gogh ให้ตายไปพร้อมกันกับเขาแต่ต่อมาเขาได้อธิบายเป็นคำพูดเปรียบเปรยเท่านั้น เพื่อบอกว่าเขามีความชื่นชมภาพเขียนชั้นยอดรูปนี้เพียงใดซึ่งนาย Ryoei Saito ได้เสียชีวิตลงเมื่อปี 1996 Vincent van gogh ได้เขียนรูปเหมือนไว้ 2 รูปด้วยกันโดยใช้สีสันต่างกันเล็กน้อยซึ่งอีกภาพนั้นจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ Muse d'Orsay ที่กรุงปารีส


 2. Bal au moulin de la Galette by Pierre-Auguste Renoir ($110,420,000) 


Bal au moulin de la Galette ภาพเขียนที่วาดขึ้นในปี 1876 โดยจิตรกรชาวฝรั่งเศส Pierre-Auguste Renoir ภาพนี้มีด้วยกัน 2 รูป และเป็นชื่อเดียวกันด้วย ภาพใหญ่กว่าจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ Muse d'Orsay ที่กรุงปารีส ส่วนภาพเล็กถูกประมูลขายไปเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 1990 ด้วยมูลค่าสูงถึง $ 78 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่สถาบัน ในกรุงนิวยอร์ค ให้กับนาย Ryoei Saito ซึ่งซื้อไปพร้อมกับภาพเหมือนของ Dr. Gachet ซึ่งภาพ Bal au moulin de la Galette ก็ตกอยู่ในอันตรายเช่นเดียวกับภาพเขียนของ Vincent van Gogh เช่นกัน




3. Garcon a la Pipe by Pablo Picasso ($106,910,000) 

Garcon a la Pipe (Boy with a Pipe) ภาพเขียนของ Pablo Picasso วาดขึ้นในปี 1905 อยู่ในช่วง 24 ปีของยุค Rose Period ที่มีชื่อเสียงของเขา เป็นยุคที่เขานิยมใช้สีส้มและชมพูในการเขียนภาพ สีน้ำมันบนผืนผ้าใบแสดงเด็กชายชาวปารีสคนหนึ่งกำลังถือไปป์ในมือซ้าย
ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2004 ภาพนี้ถูกประมูลขายไปในราคาสูงถึง $ 104.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยสถาบัน Sotheby ในกรุงนิวยอร์ค หลังจากที่ทางสถาบันได้ตีราคาประเมินไว้ที่ $ 70 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ราคาขายที่ออกมาได้สร้างความประหลาดใจเล็กน้อย เนื่องจากภาพนี้ไม่ได้วาดขึ้นในยุค Cubism ที่สร้างชื่อเสียงให้กับ Picasso นักวิจารณ์ศิลปะหลายคนกล่าวว่ามูลค่าที่สูงลิ่วของภาพนี้มีมาจากชื่อเสียงของตัวศิลปินเอง มากกว่าคุณค่าความงามหรือความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในตัวภาพเอง



 4. Dora Maar au Chat by Pablo Picasso ($95,216,000) 


Dora Maar au Chat (Dora Maar with Cat) ภาพเขียนปี 1941 โดย Pablo Picasso จิตรกรเอกชาวสเปน ผู้หญิงในภาพคือ Dora Maar ภรรยาของเขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ และมีแมวตัวน้อยเกาะอยู่บนไหล่ของเธอ ภาพนี้เขียนขึ้นในยุค Cubism ที่มีชื่อเสียงของเขา และถูกนำออกประมูลขายในการประมูลภาพเขียนของจิตรกรยุค Impressionism ที่สถาบัน Sotheby ในกรุงนิวยอร์ค เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2006 ด้วยมูลค่าสูงถึง $ 95.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สูงกว่าราคาที่ประเมินไว้คือ $ 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งผู้ไม่ประสงค์ออกนามเป็นผู้ที่ประมูลได้ไป


5. Irises by Vincent van Gogh ($78,400,000) ภาพดอก Irises วาดโดย Vincent van Gogh 

จิตรกรชาวดัทช์ ซึ่งเขียนขึ้นในขณะที่เขาพักรักษาตัวอยู่ในสถานพักฟื้น Saint Paul-de-Mausole ที่เมือง Saint-Remy-de-Provence ประเทศฝรั่งเศส ในช่วงปีสุดท้ายก่อนที่เขาจะเสียชีวิตในปี 1890
ในปี 1987 ภาพนี้ได้กลายเป็นภาพเขียนที่แพงที่สุดในโลก เมื่อมันถูกขายไปในราคาสูงถึง $ 54,000,000 ล้านเหรียญออสเตรเลีย โดยนาย Alan Bond แต่เขาไม่มีเงินเพียงพอที่จะจ่ายได้จึงต้องมีการประมูลขายอีกครั้งหนึ่ง ปัจจุบันภาพนี้เป็นสมบัติของพิพิธภัณฑ์ Getty Museum ในลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา


 


6. Massacre of the Innocents by Peter Paul Rubens ($77,927,000) 


ภาพเขียนฝีมือของ Peter Paul Rubens จิตรกรเอกชาวเฟลมมิช ซึ่งวาดภาพนี้ขึ้นในปี 1611 เป็นภาพเขียนที่เก่าแก่ที่สุดในบรรดาภาพเขียนทั้ง 10 รูป ผู้ที่ซื้อไปคือนาย Kenneth Thomson (บารอน ทอมสันที่ 2 แห่ง Fleet) ด้วยราคาสูงถึง 49.5 ล้านปอนด์ ($ 76.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) ในการประมูลเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2002 ที่สถาบัน Sotheby



7. Les Noces de Pierrette by Pablo Picasso ($72,697,000) 

Les Noces de Pierrette ภาพเขียนที่แพงที่สุดในโลกอีกภาพหนึ่งของ Pablo Picasso จิตรกรและประติมากรเอกชาวสเปน วาดขึ้นในยุค Blue Period ของเขา เป็นช่วงที่เขาทุกข์ทรมานจากความยากจนและความโศกเศร้า เนื่องจาก Carlos Casagemas เพื่อนรักของเขาฆ่าตัวตายเมื่อปี 1901 ภาพนี้ถูกขายให้กับเศรษฐีชาวเอเซียด้วยราคาสูงถึง $ 51.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 1989 ในการประมูลที่สถาบัน Binoche et Godeau ที่ปารีส



8. Portrait de l'Artiste sans Barbe by Vincent van Gogh ($ 71,690,000) 

Portrait de l'artiste sans barbe ("Self-portrait without beard") หรือ ”ภาพเหมือนที่ไม่มีเครา” หนึ่งในภาพเหมือนตัวเองหลายๆ ภาพของ Vincent van Gogh จิตรกรชาวดัทช์ ซึ่งเขียนขึ้นในช่วงปี 1889 ซึ่งเขาพำนักอยู่ที่เมือง Saint-Remy-de-Provence ประเทศฝรั่งเศส ภาพเขียนสีน้ำมันภาพบนเฟรมผ้าใบภาพนี้มีขนาด 40x31 ซ.ม. (16" x 13")
Van Gogh เขียนภาพนี้หลังจากที่เขาพึ่งโกนหนวดเสร็จ แตกต่างจากภาพเหมือนรูปอื่นๆ ของเขาที่ไว้เครา และมันได้กลายเป็นภาพเขียนที่แพงที่สุดในโลกตลอดกาลเมื่อถูกประมูลขายไปในราคาสูงถึง $ 65 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในการประมูลที่สถาบัน Christie ที่กรุงนิวยอร์ค เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 1998


 9. Rideau, Cruchon et Compotier by Paul Cezanne ($70,140,000) 


Rideau, Cruchon et Compotier ภาพเขียนของ Paul Cezanne เขียนขึ้นในช่วงปี 1893-1894 Cezanne เป็นจิตรกรที่มีชื่อเสียงในการเขียนภาพหุ่นนิ่ง ซึ่งแสดงอารมณ์อันล้ำผ่านความสงบนิ่งในความเหมือนจริง
ภาพนี้ถูกประมูลขายไปด้วยราคาสูงถึง $ 60.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในการประมูลที่สถาบัน Sotheby เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ปี 1999 ผู้ที่ประมูลไปคือ ตระกูล Whitneys หนึ่งในตระกูลที่มั่งคั่งที่สุดในสหรัฐอเมริกา แต่หลังจากนั้นภาพนี้ได้ถูกนำมาประมูลใหม่อีกครั้งหนึ่ง


10. Femme aux Bras Croises by Pablo Picasso ($52,851,000) 

Femme aux Bras Croises (Woman with Folded Arms) ภาพเขียนฝีมือของ Pablo Picasso วาดขึ้นในปี 1902 ในยุค Blue Period ของเขา ซึ่งเป็นยุคที่มืดมนและโศกเศร้า ในภาพเป็นรูปผู้หญิงนั่งกอดอกอย่างเหม่อลอยไร้จุดหมาย ความแตกต่างของน้ำหนักสีฟ้าที่สวยงามคือเทคนิคการใช้สีที่ Picasso นิยมใช้ในยุคนี้
ภาพ Femme aux Bras Croises ถูกประมูลขายไปในราคา $ 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในการประมูลของสถาบัน Christie ที่ Rockefellerในกรุงนิวยอร์ค เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2000



Unjita Thongchot 5/8 No.8

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ เราได้พบกันอีกแล้วนะคะ  ครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ 2 ที่ฉันเข้ามาเขียนบทความในบล็อกนี้  ยังจำกันได้ไหมเอ่ย  ครั้งที่แล้วฉันเขียนเรื่อง “ ภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงของโลก ”  ซึ่งเป็นเรื่องที่เครียดมากๆ  วันนี้ฉันก็เลยอยากชวนเพื่อนๆ มาผ่อนคลายด้วยการดูสิ่งที่เจริญหูเจริญตาสำหรับผู้หญิงอย่างเราๆ ซึ่งที่ขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือ แฟชั่น(Fashion)  เพราะนอกจากแฟชั่นที่ทันสมัยจะทำให้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายมีความมั่นใจในตัวเอง แล้วก็ยังช่วยให้เราสนุกกับการเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้ตนเอง และยังได้เป็นดีไซน์เนอร์เฉพาะกิจ ที่ต้องนำชุดที่มีมา Mix and Match กันให้ดูดี แต่แฟชั่นก็ใช่ว่าจะหมายถึงเสื้อผ้าเพียงอย่างเดียว   แต่มันหมายถึงทุกสิ่งอย่างที่มนุษย์นิยมชมชอบกัน พูดมาถึงขนาดนี้  ใช่แล้วล่ะค่ะ ต่อจากนี้ฉันก็จะนำ fashion หลากสไตล์หลายรูปแบบมาให้เพื่อนๆ ได้ชมกันในบทความใหม่นี้ ในชื่อว่า Fashion Infinity
Fashion Infinity  :D
Part 1. Skirt  Fashion
        ฉันเป็นคนหนึ่งที่ชอบแฟชั่นกระโปรงมาก  เพราะกระโปรงให้ความรู้สึกได้หลายแบบ หลากสไตล์  แต่หลายคนเข้าใจว่ากระโปรงน่าจะเหมาะกับผู้หญิงหวานๆเท่านั้น  ยิ่งในปัจจุบันกระโปรงมีหลายรูปแบบให้เราได้เลือก  ทั้งแนวเปรี้ยว  แนวหวานๆ  หรือออกลุยๆ เท่ๆ ก็ยังมีเลยค่ะ  และที่สำคัญกระโปรง  ยังหาเสื้อใส่ให้เข้ากันได้ง่ายอีกด้วย  มาลองดูกันเองนะคะ  เผื่อจะถูกใจสักสไตล์


เป็นยังไงกันบ้างค่ะ สวยๆทั้งนั้นเลยนี่แค่น้ำจิ้มนะค่ะเพราะยังมีเยอะกว่านี้แต่เอาไว้ติดตาม ตอนต่อไปดีกว่านะค่ะ บ๊าย บาย

Unjira Thongchot  5/8 No.8

ภัยธรรมชาติความสวยงามที่แสนทรมาน

ภูเขาไฟระเบิดในไอส์แลนด์ เหตุเกิดจากภูเขาไฟใต้ธารน้ำแข็งไอย์ยาฟยัลลาโยกูล (Eyjafjallajokull) ตอนใต้ของเกาะไอซ์แลนด์ระเบิดปะทุขึ้นฟ้าสูงถึง 8 กิโลเมตร ฝุ่นขี้เถ้าลอยสูงกว่า 6,000 เมตร และฟุ้งกระจายไปทั่วประเทศและหลายประเทศในยุโรปตั้งแต่วันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มควันและเถ้าละอองปลิวฟุ้งขึ้นไปบนท้องฟ้าก่อให้เกิดอันตรายกับเครื่องยนต์ไอพ่นของเครื่องบินโดยสาร ดังนั้นหลายประเทศในทวีปยุโรปจึงต้องประกาศปิดน่านฟ้า ห้ามเครื่องบินขึ้นลงตามสนามบินในประเทศต่าง ๆ ส่งผลให้ผู้โดยสารตกค้างเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้โดยสารที่จะเดินทางไปประเทศต่าง ๆ ในอีก 6 ทวีป นับเป็นผลกระทบต่อการสัญจรทางอากาศครั้งใหญ่สุด นับตั้งแต่เหตุวินาศกรรมปี 2544 เป็นต้นมา เที่ยวบินในภูมิภาคยุโรปต้องยกเลิกเที่ยวบินเฉพาะเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา รวมแล้วประมาณ 17,000 เที่ยวบิน






วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2555

อู๋จุน (Wu Chun)


สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกคน เรื่องที่จะนำมาเขียนวันนีี้ก็คื อู๋จุน นักร้องไต้หวันที่ฉันชอบมากๆเลยค่ัะ งั้นไปดูประวัติกันเลยดีกว่าค่ะ ^^


ชื่อ : อู๋จุน (Wu Chun หรือ Wu Zun (อ่านว่า Wú Zūn))
ชื่อภาษาจีน : 吳尊(traditional Chinese), 吴尊(simplified Chinese)
ชื่อตอนเกิด : Goh Kiat Chun: 吳吉俊(traditional Chinese) , 吴吉俊 (simplified Chinese)
วัน เดือน ปี เกิด : 10 ต.ค. 2522 (1979)
สถานที่เกิด : บรูไน
การศึกษา :
    - ระดับมัธยม จบจาก Chung Hwa Middle School ใน Bandar Seri Begawan บรูไน
    - ระดับอุดมศึกษา จบจาก Royal Melbourne Institute of Technology (RMIT University) ใน Melbourne
      ประเทศ Australia เอก Business Administration เกียรตินิยม
ภาษาที่พูดได้ : ฮกเกี้ยน, อังกฤษ, มาเลย์, จีนกลาง, กวางตุ้ง
พี่น้อง : พี่ชาย 1 คน พี่สาว 1 คน
รอยสัก : จุนมีรอยสัก 3 ที่ คือ ต้นแขนขวา 2 ที่ และ ข้อเท้า 1 ที่
สิ่งที่ชอบ : กิน ท่องเที่ยว และ กีฬา
สิ่งที่ไม่ชอบ : คนเสแสร้ง
ปัจจุบัน : เป็นนักร้องวง Fahrenheit วง boy band ของ ไต้หวัน ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 4 คน คือ
1. Calvin Chen (เฉิน อี้หรู) เป็นตัวแทนของ ฤดูใบไม้ผลิ
2. Jiro Wang (วัง ตงเฉิง) เป็นตัวแทนของ ฤดูร้อน
3. Wu Zun (อู๋จุน) เป็นตัวแทนของ ฤดูใบไม้ร่วง
4. Aaron Yan (เหยียน หย่าหลุน) เป็นตัวแทนของ ฤดูหนาว
 อู๋จุนเป็นหนุ่มเชื้อสายจีนเกิดในครอบครัวที่ร่ำรวยที่บรูไน (ติด 1 ใน 10 ครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดของบรูไน) 
ครอบครัวเค้าเป็นผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวของ Mitsubishi Motors ใน Brunei ภายใต้ชื่อ Goh
 Hock Kee Motors ปัจจุบันจุนเป็นเจ้าของฟิตเนสที่บ้านเกิด ชื่อ Fitness Zone (จุนเรียกว่า my baby) และเพิ่งจะเปิดสาขา 2 ชื่อ Body Balance ในปี 2007 และยังได้รับแต่งตั้งเป็น ประธานโรงแรม Palm Garden Hotel ที่เพิ่งเปิดใหม่ที่บรูไน (เป็นโรงแรมของพ่อเค้า) นอกจากนี้ยังเคยเป็นนายแบบที่ไต้หวันและสิงคโปร์ ก่อนที่จะเข้าร่วมวง Fahrenheit และยังเคยเป็นนักบาสเกตบอลทีมชาติบรูไนด้วย 





อู๋ จุน กับเพื่อนๆในวง











วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2555

ภูเขาไฟ .. ระเบิด !!


Volcano-eruption.gif


ภูเขาไฟระเบิด เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ร้ายแรงอย่างหนึ่ง การระเบิดของภูเขาไฟนั้นแสดงให้เห้นว่าใต้ผิวโลกของเราลงไประดับหนึ่ง มีความร้อนสะสมอยู่มากโดยเฉพาะที่เรียกว่า"จุดร้อน" ณ บริเวณนี้มีหินหลอมละลายเรียกว่า แมกมา และเมื่อมันถูกพ่นขึ้นมาตามรอยแตกหรือปล่องภูเขาไฟ เราเรียกว่า ลาวา



สาเหตุของการเกิดภูเขาไฟระเบิด

กระบวนการระเบิดของภูเขานั้นยังไม่เป็นที่เข้าใจกระจ่างชัดนัก นักธรณีวิทยาคาดว่ามีการสะสมของความร้อนอย่างมากบริเวณนั้น ทำให้มีแมกมา ไอน้ำ และแก๊ส สะสมตัวอยู่มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก่อให้เกิดความดัน ความร้อนสูง เมื่อถึงจุดหนึ่งมันจะระเบิดออกมา อัตราความรุนแรงของการระเบิด ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการระเบิด รวมทั้งขึ้นอยู่กับความดันของไอ และความหนืดของลาวา ถ้าลาวาข้นมากๆ อัตราการรุนแรงของการระเบิดจะรุนแรงมากตามไปด้วย เวลาภูเขาไฟระเบิด มิใช่มีแต่เฉพาะลาวาที่ไหลออกมาเท่านั้น ยังมีแก๊สไอน้ำ ฝุ่นผงเถ้าถ่านต่างๆ ออกมาด้วย มองเป็นกลุ่มควันม้วนลงมา พวกไอน้ำจะควบแน่นกลายเป็นน้ำ นำเอาฝุ่นละอองเถ้าต่างๆ ที่ตกลงมาด้วยกัน ไหลบ่ากลายเป็นโคลนท่วมในบริเวณเชิงเขาต่ำลงไป ยิ่งถ้าภูเขาไฟนั้นมีหิมะคลุมอยู่ มันจะละลายหิมะ นำโคลนมาเป็นจำนวนมากได้ เช่น ในกรณีของภัยพิบัติที่เกิดในประเทศโคลัมเบียเมื่อไม่นานนี้ แหล่งที่มา:คณาจารย์คณะวิทยาศาสตร์.สารานุกรมวิทยาศาสตร์.2534.


สิ่งที่ได้จากการปะทุของภูเขาไฟ   หลายคนเชื่อว่าลาวาเป็นวัตถุชิ้นแรกที่ถูกปล่อยออกมาจากภูเขาไฟซึ่งนั่นไม่เป็นความจริงเสมอไป ทั้งนี้ในระยะแรกอาจพ่นเอาเศษหินขนาดใหญ่ออกมาจำนวนมากเรียกว่า"ลาวา บอมบ์"(Lava bomb)ส่วนเถ้าถ่านและ ฝุ่นละอองเกิดขึ้นต่อมาอย่างปกตินอกจากนั้นการเกิดระเบิดของภูเขาไฟยังปล่อยเอาก๊าซออกมาอีกด้วยดังจะกล่าวในรายละเอียด ตามลำดับดังนี้


ลาวาหลาก (Lava flow)


เนื่องด้วยลาวาที่มีปริมาณซิลิกาต่ำหรือลาวาที่มีองค์ประกอบเป็นบะซอลต์ปกติจะมีความเหลวมากและไหลเป็นชั้นบางๆแผ่เป็นแผ่นกว้างเหมือนลิ้นตัวอย่างบนเกาะฮาวาย ลาวาจะไหลออกมาด้วยความเร็ว 30 km./h บนพื้นที่ที่ชันมาก อย่างไรก็ตามความเร็วแบบนี้เกิดขึ้นได้น้อยมาก โดยปกติพบว่ามีความเร็ว 10 - 300 m./h ในทางกลับกันการเคลื่อนที่ของลาวาที่มีซิลิกาสูงจะช้ากว่า เมื่อลาวาบะซอลต์ของการปะทุแบบฮาวายเอียนแข็งตัวมันจะมีผิวเรียบบางทีเป็นคลื่น(Wrinkle)ในขณะที่ลาวาด้านในใต้พื้นผิวซึ่งยังหลอมอยู่จะเคลื่อนที่ต่อไป ลักษณะนี้เรียกว่า "การไหลแบบ ปาฮอยฮอย (Pahoehoe flow)" ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับริ้วเชือกบิดลาวาบะซอลตืทั่วๆไปจากแหล่งอื่นมักมีผิวขรุขระ เป็นแท่ง ขอบไม่เรียบแหลมคมหรือมีหนามยื่นออกมาเรียกว่า"อาอา(Aa)"ซึ่งเกิดจากลาวาประเภทนี้เช่นกันอาอาที่กำลังไหลออกมาจะเย็นและหนาขึ้นอยู่กับความชันของ ภูมิประเทศที่มันไหลมามีความเร็วของการไหลประมาณ 5-50m./h นอกจากนั้นก๊าซที่ออกมาจะทำให้ผิวของลาวาที่เย็นแตกออกและให้รูหรือช่องว่างขนาดเล็ก ที่มีปากรูเป็นหนามแหลมคมเมื่อลาวาแข็งตัวแล้ว



ก๊าซ(Gas)
ก๊าซละลายอยู่ในหินหนืดในปริมาณต่างๆกัน และอยู่ได้เพราะความดันของมวลหินโดยรอบเปรียบเหมือนคาร์บอนไดออกไซด์ที่อยู่ในเครื่องดื่มซึ่งเมื่อความดันลดลงก๊าซ ก็เริ่มหนีออกมาเป็นฟองการศึกษาสภาพจริงจากการระเบิดของภูเขาไฟเป็นสิ่งที่ยุ่งยากและอันตรายมากดังนั้นนักธรณีวิทยาจึงประมาณการ ปริมาณก๊าซที่ขึ้นมาจากก๊าซเริ่มต้น ที่ละลายอยู่ในหินหนืดไม่ได้เชื่อกันว่าหินหนืดส่วนใหญ่มีก๊าซละลายอยู่ประมาณ5%ของน้ำหนักทั้งหมดและก๊าซที่ออกมามีมากกว่า1000ตันต่อวัน องค์ประกอบของก๊าซ ก็เป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์สนใจมากเช่นกันทั้งนี้เพราะปรากฏการณ์เหล่านี้เป็นแหล่งกำเนิดของมหาสมุทรและบรรยากาศของโลกการวิเคราะห์ตัวอย่างที่เก็บจากการระเบิดของ ภูเขาไฟที่ฮาวายชี้ให้เห็นว่าก๊าซที่ถูกปล่อยออกมาประกอบด้วยไอน้ำประมาณ70%คาร์บอนไดออกไซด์15%สารประกอบไนโตรเจนและซัลเฟอร์อย่างละ5%ก๊าซอื่นๆ ที่มีปริมาณน้อยกว่าได้แก่คลอรีนไฮโดรเจนและอาร์กอนสารประกอบซัลเฟอร์จะทดสอบได้ง่ายโดยกลิ่นฉุนของมันซึ่งอาจกลายเป็นกรดซัลฟิวริกและมีอันตรายเมื่อได้สูดดม เข้าไปในปอด





โทษของภูเขาไฟระเบิด ทำให้เกิด
1. แรงสั่นสะเทือน มีทั้งการเกิดแผ่นดินไหวเตือน แผ่นดินไหวจริง และแผ่นดินไหวติดตาม ถ้าประชาชนไปตั้งถิ่นฐานอยู่ในเชิงภูเขาไฟอาจหนีไม่ทันเกิดความสูญเสียแก่ชีวิตและทรัพย์สิน


2. การเคลื่อนที่ของลาวา อาจไหลออกมาจากปากปล่องภูเขาไฟเคลื่อนที่รวดเร็วถึง 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มนุษย์และสัตว์อาจหนีภัยไม่ทันเกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง


3. เกิดฝุ่นภูเขาไฟ เถ้า มูล บอมบ์ภูเขาไฟ ระเบิดขึ้นสู่บรรยากาศ ครอบคลุมอาณาบริเวณใกล้ภูเขาไฟ และลมอาจพัดพาไปไกลจากแหล่งภูเขาไฟระเบิดหลายพันกิโลเมตร ภูเขาไฟพินาตูโบระเบิดที่เกาะลูซอนประเทศฟิลิปปินส์ ฝุ่นภูเขาไฟยังมาตกทางจังหวัดภาคใต้ของประเทศไทย เช่น จังหวัดสงขลา นราธิวาส และปัตตานี เกิดมลภาวะทางอากาศ และแหล่งน้ำกินน้ำใช้ของประชาชน รวมทั้งฝุ่นภูเขาไฟได้ขึ้นไปถึงบรรยากาศชั้นสตราโตสเฟียร์ ใช้เวลานานหลายปี ฝุ่นเหล่านั้นถึงจะตกลงบนพื้นโลกจนหมด


4. เกิดคลื่นซึนามิ ขณะเกิดภูเขาไประเบิด โดยเฉพาะภูเขาไฟใต้ท้องมหาสมุทร คลื่นนี้จะโถมเข้าหาฝั่งสูงขนาดตึก 3 ชั้นขึ้นไป กวาดทุกสิ่งทั้งผู้คนและสิ่งก่อสร้างลงสู่ทะเล เป็นที่น่าหวาดกลัวยิ่งนัก


5. หลังจากภูเขาไฟระเบิด มีฝุ่นเถ้าภูเขาไฟตกทับถมอยู่ใกล้ภูเขาไฟ เมื่อฝนตกหนัก อาจจะเกิดน้ำท่วมและโคลนถล่มตามมาจากฝุ่นและเถ้าภูเขาไฟเหล่านั้น

ประโยชน์ของภูเขาไฟระเบิด

1. การระเบิดของภูเขาไฟช่วยปรับระดับของเปลือกโลกให้อยู่ในภาวะสมดุล


2. การเคลื่อนที่ของลาวาจากการระเบิดของภูเขาไฟ ทำให้หินอัคนีและหินชั้นใต้ที่ลาวาไหลผ่านเกิดการแปรสภาพ เช่น หินแปรที่แข็งแกร่งขึ้น


3. แหล่งภูเขาไฟระเบิด ทำให้เกิดแหล่งแร่ที่สำคัญขึ้น เช่น เพชร เหล็ก และธาตุอื่นๆ อีกมาก


4. แหล่งภูเขาไฟจะเป็นแหล่งดินดีเหมาะแก่การเพาะปลูก เช่น ดินที่อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เป็นต้น


5. แหล่งภูเขาไฟ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น อุทยานแห่งชาติฮาวาย ในอเมริกา หรือแหล่งภูกระโดง ภูอังคาร ในจังหวัดบุรีรัมย์ของไทย เป็นต้น


6. ฝุ่น เถ้าภูเขาไฟที่ล่องลอยอยู่ในอากาศชั้นสตราโตสเฟียร์ ทำให้บรรยากาศโลกเย็นลง ปรับระดับอุณหภูมิของบรรยากาศชั้นโทรโพสเฟียร์ของโลกที่กำลังร้อนขึ้น แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ หรือการเกิดปฏิกิริยาเรือนกระจกและการเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำแอลนิโน ที่ทำให้อุณหภูมิในบรรยากาศของโลกสูงขึ้นนั้นลดต่ำลง


By Chalothon Chudthale 5/8 No.8

Without you .... ~ Glee Ver. ~ (Heartful >///<)

สวัสดีค่ะ ^^ ~~ คุณผู้ติดตามที่น่ารักทุกคนนน  วันนี้ไม่ได้มาด้วยบทความสุขภาพหรือเรื่องทั่วไปนะค่ะ แต่มาอัพเพลงที่ตอนนี้ตัวเองกำลังอินสุดๆ ต้องบอกกันก่อนเลยว่าช่วงนี้ตัวผู้เขียนบ้าซีรี่ยส์เรื่อง Glee มาก (ถ้าใครอยากรู้ตามลิ้งค์ไปดูได้เลยนะค่ะ ) และตอนนี้ Glee ก็ได้เดินทางมาถึง season 3 แล้วและเป็น Season ที่นำพาผู้เขียนมาป๊ะ !!! กับเพลงความหมายโรแมนซ์เพลงนี้นั่นก็คือ  "Without you " ซึ่งเพลงนี้ร้องโดย Lea Michele นักร้้องนำของเรื่อง เริ่มรู้สึกว่าจะพูดมาเยอะแล้ว ไปฟังกันเลยดีกว่าค่ะ ^^



I can’t win, I can’t reign
I will never win this game without you
Without you
ฉันสู้ใครไม่ไหว ฉันปกครองอะไรไม่ได้
ฉันคงทำอะไรไม่ถูกหากขาดเธอ
หากไม่มีเธอ
I am lost, I am vain
I will never be the same without you
Without you
ฉันกลายเป็นคนหลงทาง เป็นคนไร้ค่า
ชีวิตคงไม่มีวันเหมือนเดิมหากขาดเธอ
หากไม่มีเธอ
I won’t run, I won’t fly
I will never make it by without you
Without you
ฉันหมดแรง หมดกำลังกาย
ฉันคงใช้ชีวิตต่อไปไม่ได้หากขาดเธอ
หากไม่มีเธอ
I can’t rest, I can’t fight
All I need is you and I, without you
Without… you
ฉันหยุดพักไม่ได้ จะสู้ต่อก็ไม่ไหว
ที่ต้องการคือเธอและฉันในหัวใจ
หากต้องขาดเธอ
หากไม่มีเธอ
Oh, oh, oh
You, you, you
Without you, you, you
Without you
เธอเท่านั้น
หากต้องเสียเธอไป
หากต้องไม่มีเธอ
Can’t erase, so I’ll take blame
But I can’t accept that we’re estranged
Without you, without you
อดีตที่ผ่านมาคงลบล้างไม่ได้ อย่างนั้นฉันจะยอมรับความผิดเอง
แต่ฉันไม่อยากรับว่าตอนนี้เราเหินห่างกัน
หากต้องขาดเธอ
หากไม่มีเธอ
I can’t quit now 
This can’t be right
I can’t take one more sleepless night without you, without you
ฉันหยุดตอนนี้ไม่ได้
ทำอย่างนั้นไม่ได้
ไม่อยากข่มตาผ่านค่ำคืนคนเดียวอีกแล้ว เมื่อขาดเธอ
ไม่มีเธอ
I won’t soar, I won’t climb
If you’re not here, I’m paralyzed without you
Without you
ฉันสิ้นหวัง หมดแรงกำลัง
หากเธอจากไป ฉันคงไร้เรี่ยวแรง
หากขาดเธอ หากไม่มีเธอ
I can’t look, I’m so blind
I lost my heart, I lost my mind without you
Without… you
ฉันมองไม่ได้ แสงไฟมันดับไป
ใจฉันสลาย คงต้องบ้าตายหากขาดเธอไป
หากไม่มีเธอ
Oh, oh, oh
You, you, you
Without you, you, you
Without you
เธอเท่านั้นทีรัก
หากขาดเธอไป
หากต้องไม่มีเธอ
I am lost, I am vain
I will never be the same without you
Without you
Without you
ฉันหลงทาง ฉันไร้ค่าใด
ชีวิตคงไม่มีวันกลับมาเป็นอย่างเดิมหากไม่มีเธอ
หากต้องขาดเธอ

เป็นไงกันบ้างค่ะ เพราะมากๆเลยเนาะ ความหมายก็ดี Like !!  55 ไปแล้วนะค่ะ บล๊อกหน้าเจอกัน บ๊าย บาย


By Chalothon Chudthale 5/8 No.8

มนุษย์หมาป่า (Werewolf) ~


สวัสดีค่าาาา คุณผู้ติดตามทุกคนนน วันนีิเราก็มาบล๊อกกันอีกแล้วว  ~~  ;วันนี้เราก็มาพร้อมกับเรื่องราวลี้ลับฉบับชาวตะวันตก นั้นก็คือ แถ่น แถ๊น แถ่น ><
มนุษย์หมาป่าค่าา  ^^


เฮ้ยยยยยยยยยย  !!!  ไม่ใช่ๆ ค่าา อันนี้ต่างหาก (ชอบออกนอกเรื่องตลอดดดด -_- ?)

มนุษย์หมาป่า (Werewolf) เป็นมนุษย์ที่มีความสามารถในการเปลี่ยนหรือแปลงร่างของตนเองในรูปของหมาป่า ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ที่เจอกันบ่อยคือ เป็นทั้งหมาป่าและคนในขณะเดียวกัน คือทรงตัวด้วย 2 ขาได้เหมือนคน หรือส่วนลำตัวเป็นคน นอกจากนั้ไม่ว่าหัว แขน ขา ก็มีลักษณะเหมือนหมาป่าไปหมด อีกประเภทคือ อยู่ในร่างใดร่างหนึ่ง เพียงร่างเดียว คือปกติก็เป็นคนเต็มตัว แต่พอกลายร่างก็เป็นหมาป่าทั้งตัว ไม่มีความเป็นมนุษย์ให้เห็นเป็นต้น

มาทำความรู้จักกับมนุษย์หมาป่า
      มนุษย์หมาป่าเป็นผีจำพวกเดียวกับแวมไพร์และมีพฤติกรรมคล้ายกันคือ ดื่มกินเลือดและเนื้อของมนุษย์และสัตว์อื่นเป็นอาหารเป็นความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ของชาวยุโรปในยุคกลางโดยที่เชื่อว่าบุคคลที่เป็นมนุษย์หมาป่าจะกลายร่างเป็นหมาป่าในคืนวันพระจันทร์เต็มดวงอาจจะแปลงร่างเป็นหมาป่าทั้งตัวเลยก็ได้หรือครึ่งคนครึ่งหมาป่า หรือแม้กระทั่งแปลงเป็นสัตว์ป่าชนิดอื่น เช่น หมี เป็นต้น

 วิธีการฆ่ามนุษย์หมาป่า

โดยที่วิธีการฆ่ามนุษย์หมาป่าจะคล้าย ๆ กับแวมไพร์ โดยตอกด้วยลิ่ม หรือเผา ที่เห็นบ่อยโดยเฉพาะในภาพยนตร์ก็คือ การยิงด้วยกระสุนที่ทำจากเงินหรือกระสุนผ่านการปลุกเสก มนุษย์หมาป่าก็แพ้แสงแดด และถูกตามล่าเหมือนกับแวมไพร์
         เป็นไปได้ว่าความเชื่อเรื่องมนุษย์หมาป่านั้น มีที่มาจากความกลัวหมาป่า โดยเฉพาะหมาป่าที่พบในยุโรป ที่มีลำตัวขนาดใหญ่ และมักออกล่าเป็นฝูง โดยอาจดักซุ่มโจมตีมนุษย์หรือสัตว์เลี้ยงในเวลากลางคืน ผนวกกับความเชื่อและความหวาดกลัวบุคคลนอกสังคม ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นปีศาจ อย่างแม่มดหรือแวมไพร์ ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า เรื่องมนุษย์หมาป่านั้น แท้จริงแล้วคือ สัญชาตญาณสัตว์ป่าที่มีอยู่ในตัวมนุษย์
รากศัพท์ที่มาของคำว่ามนุษย์หมาป่า
 คำว่า มนุษย์หมาป่า มาจากคำภาษาอังกฤษว่า werewolf เราคงจะพอคุ้นกับคำนี้ เพราะเมื่อไม่นาน มานี้ก็มีภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับมนุษย์หมาป่า ชื่อว่า The American Werewolves in Paris แม้จะเป็น ภาพยนตร์แนวตลกแต่ก็มีพื้นฐานมาจากความเชื่อจริง ๆ were เป็นคำอังกฤษดั้งเดิมแปลว่ามนุษย์ และ wolf ก็แปลว่า หมาป่า รวมกันแล้วเป็น มนุษย์หมาป่า
การถ่ายทอดการเป็นมนุษย์หมาป่า

การเป็นมนุษย์หมาป่า นั้นเชื่อว่า ถ่ายทอดได้หลายทาง ทางหนึ่ง คือ การดื่มน้ำจากแก้วเดียวกับแก้วที่มนุษย์หมาป่าดื่ม บางครั้งคนธรรมดาก็โดนคำสาปให้เป็น มนุษย์หมาป่า เชื่อกันว่า มนุษย์หมาป่า ถ่ายทอดถึงลูกหลานได้ นักปราชญ์ชาว สวิส ชื่อ พาราเซลซุส ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 21 คิดว่ามนุษย์หมาป่า เป็นการกลับมาของดวงวิญญาณของคนที่มีบาป และเคยทำความชั่วไว้ในขณะมีชีวิตอยู่
         ลักษณะของคนที่เป็น มนุษย์หมาป่า สังเกตได้ คือ มีขนตามร่างกายมากผิดปกติ หรือมีลักษณะการเดินแปลก ๆ บางคนอยากเป็น มนุษย์หมาป่าและใช้เวทมนตร์คาถาที่มีเฉพาะให้กลายเป็นมนุษย์หมาป่าต้องประกอบพิธีกรรมเริ่มด้วยการเปลื้องผ้าร่ายมนต์ สวมใส่เข็มขัดและหน้ากากขนหมาป่า ไม่ว่าการกลายร่างเป็น มนุษย์หมาป่าจะเป็นไปโดยตั้งใจหรือไม่ มันก็จะเกิดขึ้นเฉพาะเวลากลางคืนในคืนพระจันทร์เต็มดวง
         ในคืนนั้นจะมีการล่าเกิดขึ้นเหยื่อที่ถูกล่ามีทั้งมนุษย์และสัตว์ โดยมากจะเป็นเพศหญิงที่ยังอยู่ในวัยแรกรุ่น เหยื่อถูกทำร้ายและถูกประทุษร้ายทางเพศด้วย มนุษย์หมาป่า ที่ถูกจับได้จะเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์เมื่อถูกฆ่าตายแล้ว แต่ถ้าการเป็น มนุษย์หมาป่า นั้นไม่ได้เต็มใจจะเป็นก็สามารถรักษาให้หายได้ โดยการเสียเลือด 3 หยดหรือถูกเรียกชื่อจริงในขณะที่ยังเป็น หมาป่า อยู่ เชื่อว่าไม้บางชนิดสามารถป้องกัน มนุษย์หมาป่าได้ เช่น กิ่งมะกอก แต่โดยส่วนใหญ่แล้วไม่มีอะไรหยุดพวกมันได้ ปี โทษคือ ประหาร โดยการเผา

ก็เอามาฝากให้อ่านกัน เพลินๆนะค่ะ ส่วนมีจริงไม่จริงนั้นเราก็ต้องคิดไตร่ตรองดูกันเอาเองง  เอาเป็นว่าถึงเวลาต้องไปอีกแล้ว  บ๊าย บาย



ลาไปด้วยรอยยิ้มนี้ >///< ~~    
By Chalothon Chudthale 5/8 No.8